ติดต่อเรา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
 

ข่าวสารสุขภาพ

กรมการแพทย์แนะแนวทางดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วยโรคหัวใจ :

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ แนะแนวทางการรักษาทางทันตกรรมแก่ผู้ป่วยโรคหัวใจ หากพบปัญหาสุขภาพช่องปากควรรีบไปพบแพทย์ เนื่องจากต้องระมัดระวังมากกว่าผู้ป่วยทั่วไป

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจมีสภาพความผิดปกติของอวัยวะบางส่วนของหัวใจและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ การรักษาทางทันตกรรมจึงต้องระมัดระวังมากกว่าผู้ป่วยทั่วไป ทั้งนี้ปัญหาสุขภาพในช่องปากของผู้ป่วยโรคหัวใจที่พบได้เช่นเดียวกับผู้ป่วยทั่วไป ได้แก่ โรคฟันผุ โรคเหงือกอักเสบ และโรคปริทันต์  จากข้อมูลของสถาบันโรคทรวงอก พบว่า ผู้ป่วยส่วนมากมีการดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดีเท่าที่ควร อาจเนื่องมาจากมีโรคหัวใจซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เรื้อรังและรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงมีส่วนทำให้ผู้ป่วยละเลยการดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพช่องปากของตนเอง ทั้งๆที่มีความสำคัญเช่นกัน ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากและต้องรับการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน เพื่อให้แพทย์ออกใบรับรองว่าขณะนี้สามารถไปพบทันตแพทย์ได้ และต้องแจ้งทันตแพทย์ให้ทราบก่อนการรักษาทุกครั้งว่าเป็นโรคหัวใจชนิดใด รับประทานยาอะไรบ้างเพื่อรักษาโรคหัวใจ เคยมีปัญหาในการทำฟันมาก่อนหรือไม่ และที่สำคัญไม่ควรหยุดยาเองหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือทันตแพทย์ และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรม

แพทย์หญิงวิพรรณ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางในการรักษาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยโรคหัวใจ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจ หรือเคยผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและใส่ลิ้นหัวใจเทียมอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะขนาดสูงก่อนการทำฟัน ผู้ป่วยบางรายที่รับประทานยาละลายเลือด ได้แก่ ยาวอร์ฟาริน อยู่เป็นประจำ เมื่อมีบาดแผลเลือดออกจะทำให้เลือดหยุดไหลได้ยาก หรือเมื่อขณะทำฟันแล้วมีเลือดออก เช่น การถอนฟัน รักษาโรคเหงือก หรือขูดหินปูน จึงจำเป็นต้องเจาะเลือดผู้ป่วยเพื่อดูค่าเวลาการหยุดเลือด หากค่าเวลาการหยุดเลือดสูงกว่าค่าปกติต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวผู้ป่วยเพื่อพิจารณาหยุดยาละลายเลือด นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีอาการแน่นหน้าอกและจำเป็นต้องใช้ยาอมใต้ลิ้นสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ เมื่อมาทำฟันควรบอกประวัติในการใช้ยาอมใต้ลิ้นในแต่ละวัน ความถี่หรือความรุนแรงของอาการเจ็บหน้าอกให้ทันตแพทย์ทราบ และควรนำยาอมใต้ลิ้นติดตัวมาทุกครั้งที่มารับการรักษาจากทันตแพทย์

โดย งานประชาสัมพันธ์ วันที่ 10/07/2018 11:35:41

ที่มา : กรมการแพทย์ สถาบันโรคทรวงอก